คลังบทความของบล็อก

วันพฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ตลาดน้ำคลองสระบัว

ตลาดน้ำอยุธยา คลองสระบัว ตั้งอยู่บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา นอกเกาะเมืองด้านทิศเหนือ (ทุ่งขวัญ) และอยู่ใจกลางสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ คือ อนุสรณ์ สถานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วัดหน้าพระเมรุ และเพนียดคล้องช้าง
















































การเดินทางไป ตลาดน้ำคลองสระบัว

รถยนต์ส่วนตัว
เมื่อมาถึงเกาะเมืองอยุธยา วิ่งรอบคูเมืองไปตามถนนอู่ทอง ตัดข้ามคูเมืองตามเส้นที่จะไปบ้านคลองสระบัว ผ่านวัดศรีโพธิ์ ขับตรงไปเรื่อย ๆ ก็จะถึง ตลาดน้ำคลองสระบัว เข้าไปจอดรถก่อนทางเข้าตลาด (จอดฟรี)

รถสาธารณะ
จากสถานีหมอชิตใหม่มีบริการรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศ ไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทุกวัน วันละหลายเที่ยว ทั้งรถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 กรุงเทพฯ-พระนครศรีอยุธยา และรถโดยสารปรับอากาศชั้น 2 กรุงเทพฯ-ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร-พระนครศรีอยุธยา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2936 2852-66 หรือที่เว็บไซต์ www.transport.co.th หรือรถตู้โดยสารจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิและฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต นั่งรถมาลงสุดสาย จากนั้นต่อรถจักรยานยนต์รับจ้างไป ตลาดน้ำคลองสระบัว

ตลาดน้ำอโยธยา สบายตา สบายใจ


ตลาดน้ำอโยธยา มีรูปแบบเป็นคลองน้ำสำหรับพายเรือและเป็นตลาดน้ำ มีเรือนไทยสำหรับขายของ จะเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม 2553 เปิด 11.00 ถึง 2 ทุ่มได้ เพราะตอนที่กลับมายังมีการแสดง รอบ ทุ่มครึ่งอีกรอบด้วย ในวันที่ไปนั้น มีการแสดงละคร ประกอบเพลงลูกทุ่ง เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากคนชมได้เยอะเลย และมีนั่งเรือชมบรรยากาศรอบๆตลาดน้ำด้วยค่ะ


ภายในตลาดน้ำมีของให้เลือกซื้อหามากมาย ทั้งอาหาร ขนม เครื่องดื่ม ของฝาก ของที่ระลึก มีอาหารทะเลเผาอีกด้วย ล้วนแต่น่าทานทั้งนั้น ถ้าจะให้ดีมาช่วยเย็นๆ บ่ายร่มลมตก อากาศจะไม่ค่อยร้อน เดินสบายหน่อย

ปางช้างและตลาดน้ำอโยธยา ตั้งอยู่ที่ 65/12 หมู่ 7 ตำบลไผ่ลิง อำเภอพระนครศรีอยุธยา มีบริการนั่งช้างลุยน้ำ เข้าป่า ชมนกป่าหลากหลายชนิดชมโบราณสถาน ไหว้พระวัดมเหยงคณ์ บริการนั่งเกวียนเทียมวัวชมโบราณสถาน และการแสดงโชว์งูทุกวัน เวลา 08.00-17.00น. สอบถามข้อมูลโทร. 0-3588-1678 โทรสาร 0-35881699


วันศุกร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ภาพโบราณสถาน จ.อยุธยา



























สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาส่วนใหญ่เป็นโบราณสถาน ได้แก่ วัด และพระราชวังต่างๆ พระราชวังในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
มีอยู่ 3 แห่ง คือ พระราชวังหลวง วังจันทรเกษมหรือวังหน้า และวังหลัง นอกจากนี้ยังมีวังและตำหนักนอกอำเภอพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นที่สำหรับเสด็จประพาสได้แก่ พระราชวังบางปะอิน ในเขตอำเภอบางปะอิน และตำหนักนครหลวง ในเขตอำเภอนครหลวง

วันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ฟาร์มจระเข้ สมุทรปราการ


ตั้งอยู่ถนนท้ายบ้าน ตำบลท้ายบ้าน ห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร หรือสามารถเข้าทางถนนสุขุมวิท (สายเก่า) เทศบาลบางปูซอย 46 ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2493 ปัจจุบันเป็นฟาร์มจระเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในเป็นสถานเพาะเลี้ยงจระเข้ขนาดต่าง ๆ กว่า 60,000 ตัว มีการแสดงโชว์จระเข้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00–16.00 น. ทุก ๆ 1 ชั่วโมง (พักเที่ยง) วันหยุดเพิ่มรอบ 12.00 น.และ 17.00 น. นอกจากนี้ยังมีการแสดงของช้างแสนรู้ ซึ่งเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอันมาก โดยมีการแสดงทุก 1 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่เวลา 09.30 -16.30 น. ทุกวัน นอกจากการเลี้ยงจระเข้แล้ว ภายในฟาร์มยังมีสัตว์อื่น ๆ อีก เช่น เสือ ลิงชิมแปนซี ชะนี เต่า งู นก อูฐ ฮิปโปโปเตมัส กวาง และปลาจำนวนมาก นอกจากนี้ยังสามารถเข้าชม พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ ได้จัดแสดงกระดูกและหุ่นจำลองไดโนเสาร์ พร้อมการฉายสไลด์มัลติวิชั่น เรื่องของมนุษย์และสัตว์ดึกดำบรรพ์ด้วย

ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการแห่งนี้เปิดให้เข้าชม ทุกวันตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. ค่าบัตรผ่านประตู ผู้ใหญ่คนละ 60 บาท เด็ก 30 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ คนละ 300 บาท เด็ก 200 บาท การเข้าชมเป็นหมู่คณะหรือสถาบันการศึกษาที่ต้องการวิทยากร ควรมีหนังสือติดต่อล่วงหน้าไปที่ ฟาร์มจระเข้ และสวนสัตว์สมุทรปราการ เลขที่ 555 ถนนท้ายบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ 10280 หรือ โทร. 0 2703 4891, 0 2703 5144-8

การเดินทาง
นอกจากรถส่วนตัวแล้ว สามารถใช้บริการรถเมล์ปรับอากาศ ขสมก. สาย 536 ฟาร์มจระเข้-อนุสาวรีย์ชัย หรือสาย 507, 508 และ 511 หรือรถเมล์ธรรมดาสาย 25 และ 102 ไปยังจังหวัดสมุทรปราการ แล้วต่อรถสองแถวปากน้ำ – ฟาร์มจระเข้ ที่ป้ายหลักเมือง หรือจะขึ้นรถตุ๊ก ๆ ในราคา 40 บาท


วัดธรรมมงคล



ถนนสุขุมวิท 101 ซอยปุณณวิถี 20 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ 02-332-4145 แฟกซ์ 02-730-6335

เดิมเป็นป่าสะแก ซึ่งพระเทพเจติยาจารย์ (หลวงพ่อวิริยังค์ ) ใชัเป็นที่พักธุดงค์ในระหว่างเดินทาง เข้ากรุงเทพฯ นายเถา-นางบุญมา อยู่ประเทศ มีศรัทธาจึงมอบที่ให้ และได้สร้างเป็นวัดขึ้น เมื่อ พ.ศ . ๒๕๐๖ ปัจจุบันมีเนื้อที่ทั้งสิ้น ๔๐ ไร่ พระ เณร จำพรรษาประมาณ ๕๐๐ กว่ารูป

พระวิริยะมงคลมหาเจดีย์ฯ
เป็นเจดีย์ที่สูงสุดในประเทศไทย ชั้นบนสุดบรรจุพระเกศา พระอุรังคธาตุ พระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้รับจากประเทศบังคลาเทศ ฐานเจดีย์ เป็นทรง ๔ เหลี่ยม สูง ๙๔.๗๘ เมตร มี ๑๔ ชั้น ประกอบด้วยห้องแสดงพิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ โรงเรียนพระปริยัติธรรม สถาบันราชภัฏฯ ส่วนฐานเจดีย์เป็นโรงเรียน ครูสอนสมาธิ (สถาบันพลังจิตตานุภาพ) ประกอบด้วย ห้องเรียนขนาดใหญ่ รองรับนักศึกษาครั้งละ ประมาณ ๕๐๐ คน มีห้องเดินจงกรม ห้องนั่งสมาธิ ถ้ำวิปัสสนา ห้องอาหาร และห้องประชุม ที่มีทั้งความสวยงาม และประโยชน์ใช้สอย รวมถึงการเปิดสถาบันชนาพัฒน์ซึ่งเป็นสถานศึกษาอาชีพแห่งใหม่ในประเทศไทยที่เชิญนักออกแบบชื่อดังจากประเทศอิตาลี มาสอนการออกแบบ เช่นการตกแต่งภายใน ออกแบบผลิตภัณฑ์ เครื่องหนัง แฟชั่นดีไซด์

พระหยกเขียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ประดิษฐานอยู่ในศาลาหลังคาแบบโดมแก้ว พระพุทธรูปหยกเขียว ที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้มีนามว่า "พระพุทธมงคลธรรมศรีไทย" หยกชิ้นใหญ่นี้ได้ถูกค้นพบที่ใต้ทะเลสาบน้ำแข็ง ประเทศแคนนาดา หยกเป็นวัสดุที่มีความ แข็งแกร่งมาก และเหมาะแก่การนำมาสร้าง พระพุทธรูป เพราะมีความสวยงาม คงทนถาวร ตราบนานเท่านาน

วันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

การแสดงจระเข้ โชว์

video

การแสดงโชว์จระเข้ ที่ฟาร์มจระเข้ จ.สมุทรปราการ ดูไปลุ้นไป แถมคนแสดงยังมีมุขตลกๆ แทรกตลอดการแสดง เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชมได้อีกด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

วัดหงษ์ทอง จ.สมุทรปราการ


ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 ตำบลสองคลอง อำเภอบางปะกง ในบริเวณพื้นที่ชายทะเลที่เป็นป่าชายเลน มีทางเดินเชื่อมจากบริเวณวัดที่ชายฝั่งไปยังพระธาตุคงคามหาเจดีย์ปรีชาประภากร ปราชญ์ ศรนิล อนุสรณ์ และอุโบสถซึ่งอยู่ในทะเล เจดีย์มี 5 ชั้นมีภาพวาดเกี่ยวกับพุทธศาสนาและพระมหากษัตริย์ไทย และประดิษฐานพระพุทธรูปต่าง ๆ ส่วนชั้นบนสุดเป็นเจดีย์สีทองอร่ามบรรจุพระอรหันต์ธาตุ สามารถมองเห็นทัศนียภาพท้องทะเลและแผ่นดินในมุมสูงได้สวยงาม การเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-สมุทรปราการ แยกเข้าถนนสุขุมวิทสายเก่า ไปจนถึง กม.ที่ 62 - 63 จะมีทางแยกขวาผ่านนาเกลือและบ่อกุ้งไปตามทางดินประมาณ 400 เมตร หรือเดินทางตามถนนบางนาตราด หรือทางด่วนบูรพาวิถี และแยกขวาเข้าบางบ่อ ไปบรรจบกับสุขุมวิทสายเก่าแล้วเลี้ยวซ้ายไปยังวัดก็ได้
หากเดินทางมาจากฉะเชิงเทรา ใช้เส้นทางฉะเชิงเทรา– บางปะกง ประมาณ 26 กิโลเมตร ลอดใต้สะพานลอยถนนบางนา – ตราด มาบรรจบกับถนนสุขุมวิทสายเก่า แยกขวาไปอีกประมาณ 14 กิโลเมตร จะเห็นทางเข้าวัดหงษ์ทองอยู่ทางซ้ายมือ

ถนนทางเข้ามุ่งสู่วัดหงษ์ทอง จะเป็นถนนที่ตัดไปทางบ่อน้ำ หรือบ่อปลา ของคนในพื้นที่ ดูแปลกตาดี